.

 

.
.
.
.
.
 

"เหตุการณ์สำคัญอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของข้าพเจ้า คือการได้เข้าเฝ้าและรับพระราชทานตราสัญญลักษณ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นที่4 "จตุตถดิเรกคุณาภรณ์" จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และ อีกเหตุการณ์หนึ่งที่สำคัญในชีวิตของข้าพเจ้าคือ การได้เข้าเฝ้ารับเสด็จ พระราชาธิบดีกุสตาฟที่16 กษัตริย์แห่งสวีเดน เมื่อครั้งเป็นพระราชอาคันตุกะ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เนื่องในวโรกาสงานพระราชพิธีฉลองครองราชย์60ปี กาญจนาภิเษก โดยข้าพเจ้าได้มีโอกาสรับใช้ฝ่าพระบาทในการนำเสด็จเยี่ยมชมสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในประเทศไทย และที่ประทับใจด้วยอีกประการคือการได้เห็นรถยนต์พระที่นั่งเป็นรถยนต์วอลโว่ครับ"

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า นายสุกิจ สุขสิริสรณ์
 
เรื่องราวของผู้ชายยคนหนึ่งที่หลงไหลในยนตรกรรมของสวีเดน จากงานอดิเรกจนกลายเป็นความฝัน ความมุ่งหมาย ความมุ่งมั่นทุ่มเท จนประสบความสำเร็จ กับรางวัลรถยนต์ที่เร็วที่สุดอันดับที่ 4 ของประเทศไทย เรามาฟัง ความรู้สึกของเขากันครับ คุณสุกิจ สุขสิริสรณ์ หรืออากู๋ ของพวกเราชาววอลโว่คลับไทยแลนด์
 

สวัสดีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆชาววอลโว่คลับไทยแลนด์ทุกท่านครับ ผมขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณมิตรรักแฟนก้านกล้วยRservices ทุกท่าน ที่ส่งแรงใจไปช่วยเชียร์ช่วยลุ้นกันตั้งแต่ก่อนแข่งจนถึงแข่งเสร็จครับ ขอบคุณทุกๆท่านจากใจ ขอบคุณน้องๆทีมRservices ทุกคนและคนสำคัญ Mr.Tony HoHenHaus ….You’re the great man again. … แปลว่า “ นายแน่มาก…. อีกแล้วครับท่าน” ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจจนมาถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้

จริงๆแล้วที่ทีมเราและในใจตัวผมเองตั้งเป้าไว้แค่ระยะการทำเวลาก็อยู่ในย่าน 8.8-8.5 วิเป็นอย่างเร็วที่สุดแล้ว ตำแหน่งก็คาดว่าอยู่ที่ประมาณ ที่10 ถึง 8 อย่างเต็มที่ เพราะเราเองทราบดีว่าปีนี้มีรถที่ทำเวลาได้ดีเตรียมพร้อมรอกันอยู่หลายคัน นับดูแล้วผ่านอันดับและเวลามากกว่านี้คงยากทีเดียว

สำหรับก้านกล้วยในปีนี้ก็เริ่มทำกันในเวอร์ชั่นใหม่ นับแต่ปลดชิ้นไฟเบอร์ออกเพื่อไปทำกระดองครอบและส่งชิ้นส่วนเครื่องยนต์ไปทำ ก็ตกอยู่ในเดือนมกราคมดำเนินมาจนถึงเดือนกรกฎาคมที่เครื่องยนต์ตัวใหม่สำเร็จเสร็จพร้อมจูน แต่ปรากฎว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เครื่องตัวใหม่ที่ใช้เวลาในการสั่งผลิตและส่งมาถึงเมืองไทยกว่า4 เดือน( เตรียมใส้ในเครื่องไว้ตั้งแต่ปี49 แล้ว แต่ทำไม่ทันซุปอัพปีที่แล้ว) ได้พังคาไดโน่ในขณะจูน ผมแทบล้มทั้งยืนหน้าแท่นไดโน่เลยอะครับท่านผู้ชม จึงตัดสินใจแยกร่างส่งตัวถังทำเฟรมก่อนแล้วจึงตามด้วยเครื่องทีหลัง ระหว่างการทำเครื่องครั้งแรกจนถึงการทำตัวถัง มีอุปสรรคต่างๆมากมายจนหลายครั้งผมเองก็อยากจะหยุดและเลิกทำมันไปเลย มีปัญหาในหลายหัวข้อ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านเทคนิค ปัญหาในการเลือกใช้วัสดุ ปัญหาในวิธีการติดตั้งและใช้งาน ปัญหาในความคิดต่างมุมมองของแต่ละคนแต่ละสำนัก ปัญหาด้านการประสานงาน และมาสุดท้ายคือข้อจำกัดของเวลา เนื่องจากเดือนสิงหามีเวลาเหลือทำเฟรมและตัวเครื่องอยู่แค่3 เดือนจนถึงวันซุปอัพเท่านั้น ช่วงเวลานั้นทำให้ผมต้องมาคิดและตัดสินใจว่าทำ หรือไม่ทำ เอ่ะ… หรือยังไงดี ถึงตรงนั้นต้องคิดเองตัดสินใจเองแล้ว ไม่มีอะไรหรือใครมาช่วยได้ ดันมารักเองชอบเอง ต้องแก้เอง ว่าใครก็ไม่ได้จะไปโทษใครได้นอกจากตัวเราเอง ของแบบนี้ไม่มีใครมาเฉลยให้เรา แล้วฟีลด์นี้เข้ามาแล้วออกทางเดิมก็ไม่ได้อีกหละ เราต้องแก้ปัญหาเอง ดังนั้น ยุทธการบู๊ ยื้อยุดชุดกระชาก ตื้อแหลกก็ได้บังเกิดขึ้น ง้อ ขอร้อง อ้อนวอนให้ช่วยทำให้หน่อย ทำให้ทีเถอะ ประมาณเสียเงินแล้วต้องยกมือไหว้ยังไงอย่างงั้นเลยครับ ชั่วโมงนั้นแทบอยากจะแนะนำหลายๆคนที่รู้จักว่าถ้าชอบรถชอบความเร็ว อย่ามาทำอย่างผมเลยครับ มันทรมาน อยู่บ้านสบายๆซื้อรถดีๆสวยๆขับยังดีซะกว่าอีก แต่บังเอิญก้นบึ้งแล้วใจผมมันรนหาที่จริงๆ มันไม่ยอมสลบอยู่ลึกๆ ถามตัวเองแล้วยังพอมีเปลวไฟเหลืออยู่บ้างนิดหน่อย ก็เลยเดินทางต่อครับ จนมาถึงปลายเดือน11 ซึ่งเฟรมและเครื่องก็เสร็จพร้อมจูน พอทำเรียบร้อยรถก็มีแรงม้าอยู่ประมาณ 1251.5 แรงม้า น้ำหนักลดลงมาเหลือ 1085 กิโลกรัม ใจดีขึ้นมาเยอะเลยอะครับ รถเสร็จวันอังคารที่แล้วนี่เองครับและมาเก็บงานรายละเอียดจนถึงวันศุกร์เย็น รีบนำรถมาตรวจสภาพ หลังจากตรวจแล้วก็นำรถมาวิ่งเทสต์รัน รอบแรก 12.46 ครับ ท่านผู้ชม อายมากเลยครับ ช่างที่ทำรถให้ก็หน้าไม่สเบยเลยครับ ช่างทำรถก็มาบอกเราว่ามีคนมองดูเราขับอยู่เยอะนะครับ อยากให้ผมทำให้ดีกว่านี้ ผมก็เฉยๆไม่อยากไปนึกถึงสายตาคนอื่นใด เพราะอย่างผมมันก็แค่คนธรรมดาบ้านนอกขอนแก่นชาวอีสานดีๆคนนึงครับ จะไปแคร์อะไรเพราะไม่มีอะไรต้องเป็นภาระในศักดิ์ศรี ชิวๆครับ ก็เลยคิดว่าถ้าคุณอยากขับและขับได้ดีก็เอาเลยครับ ผมให้ เต็มที่ เต็มเหนี่ยว ผมก็เลยตัดสินใจให้เขาขับเองซะเลยเพราะผมเองก็ไม่เคยขับในเวอร์ชั่นที่เป็นเฟรมและแรงขนาดนี้ แต่ปรากฎว่าพอวิ่งไปแล้วกลับมาที่เส้นสตาร์ทใหม่ พวกเราก็ได้ยินเสียงที่ไม่อยากได้ยินในเวลานั้นเลย นั่นคือเสียงชาร์พละลายครับ โอ้ โห พระเจ้าช่วยกล้วยทอด มันอะไรจะขนาดนี้หละเนี่ย เมื่อเดือนสิงหาเพิ่งจะพังคาไดโน่ แก้ใขและทำจนเสร็จ จนมาเดือนพฤศจิกายน และคืนนี้ และพรุ่งนี้จะแข่งแล้ว เครื่องพังครับ หมดกัน ทีมงานRservices หน้าจ่อยทุกคนเลยครับ ผมรู้สึกถึงในใจทุกคนเลยครับว่า ผมไม่น่าให้คนอื่นขับเลย ผมน่าจะขับเอง ความผิดมาตกอยู่ที่เราอีกแล้วครับท่าน แต่ก็เดินหน้าต่ออีกเช่นเดิมครับ กรรมการยังไม่เป่านกหวีดหมดเวลาผมเองก็ยังไม่หยุดวิ่งทำประตูอะครับ คิดอะไรไม่ออก ตื้อครับ ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลกและชนะทุกอย่าง ตอนนั้นในใจคิดว่าจะเอาไงดี จะบอกทุกคนเพื่อนๆในวอลโว่ว่าไง บอกกับเพื่อนๆชาวสวีเดนที่นัดกันไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วยังไง บอกเลิกที่พักยังไงและคนอื่นๆอีก ยกเลิกดีมั้ยหรือปล่อยมันตามเวรตามกรรม ถึงตรงนี้อยากจะบอกความรู้สึกกับทุกท่านว่าเวลาทำงานอะไรและพอไปค้างคาอยู่ตรงระหว่างทางแล้ว ถ้าต้องขอร้องให้คนอื่นเขาทำแล้วเขาไม่ทำหรือทำในแบบที่เราไม่ชอบหรือบังคับให้เราต้องรับให้ได้โดยปริยาย มันเป็นอะไรที่ทรมานความรู้สึกมากครับ

จนมาถึงวันเสาร์ประมาณบ่ายสามโมง รถยังไม่มา ผมคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง จึงเดินไปปรึกษาคุณเรียม ( งานนี้ต้องขอขอบคุณคุณเรียมเป็นพิเศษจริงๆเลยครับ เพราะมันเป็นจุดพลิกผันและคุณเรียมก็เป็นตัวแปรช่วยให้สภาวะผมตรงนี้ผ่อนคลายลงได้ ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ) ผมเลยทำหนังสือยื่นให้กับนายสนามเพื่อขออนุมัติวิ่งควอลิฟายคัดเลือกเพียงรอบเดียว ภายในเวลาไม่เกินทุ่มครึ่ง นายสนามก็อนุมัติและแจ้งว่าได้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ…. ถ้าเลยเวลา หรือถ้ามาทันแต่วิ่งไม่ได้เวลาต่ำกว่า10 วิ ก็… พบกันใหม่ปีหน้า ผมก็ต้องโอเคครับ ไม่มีทางเลือกอื่นเหลือครับ เจ้าปะคุณช่วยครับ รถสไลด์มาถึงเอารถลงเข้าเส้นสตาร์ทเวลา19.24 ครับ เหลืออีก6 นาที ให้ช่างญาแกขับให้เลยครับเพราะไม่สามารถพลาดได้อีกแล้ว ปรากฎว่าเวลาผ่านเข้ารอบได้ 8.9 วิครับ โอ้…. รอดไปอีกวันแล้วครับ

พอมาถึงเช้าวันอาทิตย์ ผมและทีมRservices เหนื่อยมากครับ เลยนอนกันยาวหน่อย คิดว่ามาถึง10 โมงแล้วค่อยมาซ้อมขับสักสองสามรอบก็คงพอ แต่ที่ไหนได้ ผิดคาดอีกแล้วครับ สนามเขาปิดให้ซ้อมไปตอน9.30 น แล้วครับ ทำยังไงดีหละ ซ้อมไม่ได้แล้ว แถมยังขับไม่ได้เรื่องเลยเพราะมีขับอยู่ครั้งเดียว 12.4 วิ เพียงรอบเดียวก่อนเครื่องพังครับ ตอนนั้นไม่ใช่ผมคนเดียวที่เข้าใจผิดว่าสนามเปิดให้ซ้อมขับได้จนถึง11 น เหมือนปีที่แล้ว ช่างญาเองแกก็เข้าใจอย่างนั้นเหมือนกัน หัวเราะให้กับชีวิตเลยครับคราวนี้ ไม่เป็นไรครับ ไม่มีให้ซ้อมก็ไม่เป็นไร จะเป็นไงก็เป็นกันครับ ในใจก็คิดว่าอยากรู้จังเลย ว่าผลสุดท้ายจะออกมาให้เราเป็นยังไงหละเนี่ย อยากรู้จริงๆ ขอหาทางดูก่อนแล้วกัน รุ่นSuperMax แข่งตอน16.20 ( แต่แข่งจริงตอนประมาณหกโมงเย็นครับ) ระหว่างบ่ายสองโมงถึงสี่โมงผมก็ไม่ทราบจะทำอันใดก็ได้แต่นั่งรอไม่ได้ไปไหน ก็เลยมาชวนน้องๆช่วยทำตัวเป็นไฟสัญญานปล่อยรถออกตัว อันนี้นายอาร์ตเป็นคนช่วยผมฝึกครับ ผมนั่งทำสมาธิและซ้อมออกตัวแบบจินตนาการ ทำเสียงเหมือนมีเครื่องจริงๆ และฝึกซ้อมใช้อุปกรณ์ต่างๆ การเข้าไฟ ล๊อกตำแหน่งออกตัว เร่งเครื่อง กดไนตรัส เปลี่ยนเกียร์ เหยียบเบรคพร้อมกางร่ม ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำอยู่ชั่วโมงครึ่งในรถ เพราะคิดว่ามันเป็นวิธีเดียวที่จะอุดช่องโหว่และลดจุดอ่อนของเรา ในขณะนั้นแรงกดดันรอบตัวผมไม่ต้องพูดถึงครับ มันมีมาทุกทิศทางครับ ไม่ว่าจะช่างที่ทำรถเอง ความหวังและการรอดูผลงานของผมจากน้องๆทีมRservices แฟนก้านกล้วย คนที่สบประมาทว่าตัวถังวอลโว่วิ่งไม่ได้ คิดยังไงเอาวอลโว่มาทำ คนขับก็หน้าใหม่ขับไม่ได้เรื่อง คู่แข่งในรุ่นเดียวกันที่กระดูกแต่ละคนนี้มีแต่เบอร์แข็งๆหนาๆ ทำเวลาในแต่ละรอบชนิดที่ไม่มีที่เหลือให้ยืนเลยครับ ผมคิดดูแล้วมันก็โหดดีเหมือนกันครับ เมื่อเวลามาถึง ผมก็กำหนดไว้ว่าผมจะทำอะไรในแต่ละรอบ ภาวนาในใจว่าอย่าให้มีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นอีกระหว่างนี้เลย

รอบแรกก็วิ่งได้9.4 วิ ผมเดาว่าหลายคนคงเริ่มจะไม่เห็นผมแล้ว บางคนคงคิดว่าผมแย่แน่ SuperMax วิ่ง 9.4 เตรียมเก็บของกลับบ้านได้เลย สำหรับผม…. ไม่สนใจและไม่แคร์อะไรทั้งหมด ยังมีเหลืออีกสองรอบ เข้าไปเลยครับ ไม่คิดอะไรในหัว ปล่อยให้มันโล่งๆ นั่งแล้วขับไป ทำตามที่ฝึกมา รอบสองผมวิ่งได้ 8.9 วิ คราวนี้เริ่มเห็นรอยยิ้มของคนที่อยู่รอบๆครับ หลายๆคนมีความหวังและเริ่มลุ้นผม รอบที่สาม เมื่อถึงเวลาวิ่งช่างญาถามผมว่าจะให้เพิ่มอะไรหรือเปล่า ไหวมั้ย ผมตอบว่าทำอะไรได้เพิ่มอะไรได้ก็เพิ่มเลยครับเพราะเหลืออีกรอบเดียว ผมจะทำให้มันบรรลุซะในรอบสุดท้ายนี้ ปรากฎว่า เวลาออกมาได้ 8.3 วิ ตอนนั้นผมไม่ทราบเวลาหรอกครับ มารู้ทีหลัง แต่ตอนวิ่งแล้วเบรคนี่ซิ ร่มมันดันกางช้าเพราะผมเข้าเลยเส้นแล้วยังไม่ยกคันเร่งเลย เลยต้องดริฟท์ที่ปลายเส้นเหมือนปีที่แล้ว แทบแย่เลยอะครับ

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ก็นับว่าเป็นครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตของกระผมเองที่ผมได้มีโอกาสได้ทำได้พิสูจน์ จึงขอถือเป็นโอกาสที่ดีในครั้งนี้ที่จะมาเล่าสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของผมให้กับเพื่อนสมาชิก เป็นเหตุการณ์ที่ถือเป็นครั้งสำคัญที่สุดและประทับใจที่สุดในชีวิตของผมเช่นกันครับ

 
ขอบคุณกู๋ สำหรับเรื่องราวดีๆ
ขอบคุณภาพประกอบจาก www.grandprixgroup.com
 
กลับสู่หน้าแรก

 

COPYRIGHT© VOLVOCLUBTHAILAND.COM